ไม่ต้องรักกันเพิ่มขึ้น

posted on 02 Dec 2012 12:15 by queenparkz
ความรัก...มักจะหวือหวาในตอนแรก
แต่เมื่อคนสองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น
ระดับความตื่นเต้นก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
พอเป็นแบบนี้ หลายคนเริ่มมีคำถามโผล่ขึ้นมาในใจว่า "เขายังรักเราอยู่หรือเปล่า" 
เริ่มรู้สึกว่าตัวเอง "ไม่ค่อยมีความสำคัญ" สำหรับเขาเหมือนเดิมแล้ว

 เมื่อคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองได้รับความเอาใจใส่จากคนรักน้อยลง
 มักจะคิดว่าความรักที่เขามีต่อตัวเองก็ "น้อยลง" ตามไปด้วย 
ฉันคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องแสดงออกตลอดเวลาว่ารักมากหรือรักน้อย
เพราะถ้าความรักยังอยู่กับเราเหมือนเดิม ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเป็นห่วง 
ลองคิดดูสิว่า หากเขาดูนิ่งๆ ไม่ค่อยใส่ใจ แต่เขาก็ไม่ได้นอกใจเราแม้แต่นาทีเดียว
กับการที่เขามีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้เราตื่นเต้น และคอยเอาใจเราเป็นอย่างดี 
แต่เขาแอบคบคนอื่นไปพร้อมๆ กันอีกสามคน 
 
ถ้าให้เลือก...เราจะเลือกคนแบบไหนล่ะ?
ก็ต้องเป็นคนที่ "รักเราคนเดียว" อยู่ดีนั่นแหละถูกไหม
ดังนั้นการที่เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาแสดงออก 
แล้วตัดสินใจว่าเขารักน้อยลง เพราะทำดีกับเราน้อยลง อาจทำร้ายจิตใจกันและกันทั้งสองฝ่าย
แต่ถ้าเรายอมรับความจริงจุดนี้ได้ แต่เขาก็ยังเอาใจใส่เราน้อยลงอยู่ดี

ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องกล้าพูดในสิ่งที่เราค้างคาใจ 
ก่อนจะเปิดใจคุยกัน เราต้องรู้เสียก่อนว่า "เราต้องการอะไร" แล้วพูดออกไปตามที่รู้สึก

ฉันมั่นใจว่าเขาต้องยอมรับฟัง และเก็บเอาไปแก้ไขปรับปรุงแน่
ไม่มีอะไรที่คนรักกันจะทำให้กันไม่ได้

หากเรื่องที่ร้องขอ...ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยากลำบากอะไร
เขาอาจโทร.หาเราบ่อยขึ้น หากเขารู้ว่าเราจะไม่สบายใจ ถ้าเขาหายไปทั้งวันโดยไม่บอกกล่าว
หรือเขาคงเลือกที่จะอยู่กับเราให้มากกว่าเดิม หากรู้ว่าเราน้อยใจที่เขาเอาแต่ออกจากบ้านไปเจอเพื่อนฝูง

ทุกปัญหาล้วนมีทางออก แต่เราต้องค้นให้เจอก่อนว่าอะไรคือปัญหา
ผู้หญิงจะชอบคิดว่า "เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ทำไมทำให้กันไม่ได้" 
ผู้ชายจะคิดว่า "เขาก็เป็นของเขาแบบนี้แหละ" 

บางทีผู้ชายก็เบื่อที่จะเอาอกเอาใจแฟนตัวเอง เพราะเจอกันทุกวัน บางคนก็อยู่ด้วยกันทุกวัน
เขาอาจจะคิดว่า "ทุกอย่างก็ดีอยู่แล้ว"
ยิ่งเราไปโวยวายจะให้เขาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เขาก็จะเริ่มรู้สึกว่าถูกออกคำสั่ง
ซึ่งผู้ชายจะ "เกลียดที่สุด" ถ้าผู้หญิงมาสั่งให้เขาทำโน่นทำนี่ตามใจชอบ

ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในใจของคนสองคน
ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย" 
แต่เราควรดีใจที่ได้รู้ว่า ในหัวใจของเรายังมี "ความรัก" ให้กันและกันอยู่
เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ

เพลงรักคนละเพลง

posted on 02 Dec 2012 11:59 by queenparkz

เพลงรักคนละเพลง

 
เราต่างมีเพลงรักที่ชอบ...คนละเพลง
 
 
 
หากวันนี้...
 
คนสองคนได้เดินจากห้องว่าเปล่านั้นไปแล้ว
อย่างน้อยๆสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ขอให้มันยังเป็นเพลงบทนั้น
ขอให้มันยังคงเป็น "ความรัก"
 
 
 
 
โ ล ก ใบ นี้ ...
 
ไม่ได้มีคนที่ชอบเหมือนกันได้ทุกเรื่อง
ไม่ได้มีคนที่คิดตรงกันได้ทุกอย่าง
คู่รักกันที่แตกต่างกันสุดขั้วบางคู่...ที่อยู่ด้วยกันได้นานแสนนานนั้น
อาจจะไม่ใช่การปรับ...  แต่คือ  "การรู้จักยอมรับในความแตกต่าง"
 
 
เราอาจจะมีเพลงรักที่ชอบ.. คนละเพลง
ไม่เห็นเป็นไรเลย ตราบใดที่เราไม่ได้เกลียดเพลงที่อีกคนหนึ่งรัก
มากเสียจนทนฟังเพลงนั้นร่วมกันกับเขาไม่ได้
 
 
"การที่เรายอมขอโทษใครสักคนนั้น
ไม่ได้หมายความว่าเรายอมรับผิดเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งถูกหรอก
แต่มันคือการแสดงให้เห็นว่า..
เราให้ความสำคัญกับคนที่เรารัก..มากกว่าอีโก้ของตัวเราเอง"
 
 
ไม่มีอะไรที่ชอบเหมือนกัน, คิดเหมือนกัน,
พูดเหมือนกันหรือไม่แม้แต่จะมีเพลงรักที่ชอบเป็นเพลงเดียวกัน..ก็ไม่เป็นไร
อย่างน้อยเราก็ฟัง   "เพลงรัก"   เหมือนกันใช่ไหม
 
 
ต่ า ง กั น... 
ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คนสองคนรักกันไม่ได้
เพราะสุดท้ายแล้ว...
คำว่ารักของคนสองคนก็มีความหมายเดียวกัน
ความหมายคือ  "รัก"

ต่าง

posted on 02 Dec 2012 11:58 by queenparkz

ต่าง

 
ความสุขของเรานั้นไม่แตกต่างกัน 
เพราะถ้าจะมองอีกด้านของชีวิต 
ทุกคนบนโลกนี้ต่างก็ประสบปัญหาเหมือนกันหมด 
อาจจะหนักบ้าง เบาบ้าง มากบ้าง น้อยบ้าง 
แล้วแต่ว่าชีวิตอยู่ตรงช่วงไหน
 แต่การที่คนบางคนมีความสุขมากกว่านั้น 
ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางความคิดของแต่ละคน 
ถ้าคิดในด้านบวกเยอะ ๆ ความสุขก็จะมีมากขึ้นตามมาด้วย
และคนที่มีความสุขมาก ๆ นั้น ส่วนใหญ่จะมองให้ต่ำเข้าไว้
 มองคนที่ด้อยกว่า เพราะในขณะที่รู้สึกว่าตัวเองแย่ 
แต่ก็ยังมีคนที่แย่ยิ่งกว่าอีกมากมาย...
โลกนี้สร้างมนุษย์ขึ้นมาให้มีความ แตกต่างอย่างตั้งใจ 
ด้วยว่าความแตกต่างนั้นจะสร้างความสมดุลของความสุข
ให้กระจายไปสู่ทุกคนที่ไม่ต้องเหมือนกันอย่างเท่าเทียม 
เป็นการสร้างความได้เปรียบและเสียเปรียบกันคนละด้าน 
เพื่อให้แต่ละคนมีจุดเด่นแตกต่างกันไป
ชีวิตคนเรานั้นเกิดจากสิ่งที่เราคิด ไม่ใช่สิ่งที่เราทำ
จะเหนื่อยกับสิ่งที่ใช่ หรือทรมานใจกับสิ่งที่ต้องฝืน
คนที่ฉลาดมักจะอาศัยความผิดพลาดของผู้อื่น 
เพราะไม่จำเป็นที่เราจะต้องลองเองทุกเรื่องเสมอไป
ไม่มี..ใครสามารถเปลี่ยนแปลงโลก ทั้งโลกได้
แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ การเปลี่ยนแปลงตัวเอง 
และไม่มีใครที่จะมาเปลี่ยนแปลงเราได้ เราต่างหากที่ต้องทำเอง :)


#ความสุขของเรามีเท่ากัน


โชคดีวันนี้มีความสุข

posted on 27 Apr 2012 23:01 by queenparkz
สิ่งที่ยังไม่เกิด ความคิดนี่แหละ
ที่บั่นทอนพละกำลังส่วนหนึ่งของความสุขที่ควรจะเกิด ควรจะมี ให้ลดน้อยลงไป
บางขณะ เราน่าจะทำชีวิตให้ดีกว่านั้นได้ง่ายๆ
แต่เพราะความคิด ความกังวล

ทำให้สิ่งที่น่าจะง่าย กลายเป็นสิ่งยุ่งยาก
ถ้าความคิดบางอย่าง ยิ่งคิด ยิ่งเศร้า ยิ่งทำให้กังวล
ยิ่งไม่มีความสุข ยิ่งหวาดกลัววันข้างหน้า ก็อย่าไปคิดมันเลย
แค่ทำวันนี้ให้มีความสุข ทำให้ดีที่สุดกับเวลานี้ที่มีโอกาสนี้...
บางที ใครจะรู้ว่า อะไรๆที่ไปกังวลนั้น อาจจะมาไม่ถึงก็ได้..

ชีวิตอาจไม่ยาวนานถึงขนาดนั้น
ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้ จะตื่นหรือเปล่า
อย่ากังวลกับอะไรที่ยังมาไม่ถึง...
มองวันนี้ ทำวันนี้ มีความสุขกับทุกวินาทีนี้ .....
ที่ยังหายใจอยู่ดีกว่า เวลามีพอเสมอสำหรับความสุข .

ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ ชีวิตที่พบความทุกข์ เป็นชีวิตที่แท้...
ไม่มีความทุกข์ก็ไม่มีการเติบโต
ความทุกข์เป็นพลังขับเคลื่อนให้หลายอย่างเกิด
ไม่มีใครไม่มีความทุกข์ เพราะนั่นคือการเป็นชีวิต
ความทุกข์สอนให้แต่ละคนเข้มแข็งในแง่มุมต่างๆ
ถ้าความทุกข์ไม่เข้ามาหา ก็จะไม่รู้ว่า ความสุขที่แท้เป็นอย่างไร
ไม่มีความทุกข์ ก็ไม่รู้จักความสุข......
เพราะความทุกข์พิสูจน์ความเป็นคน อ่อนแอ หรือเข้มแข็ง
ความทุกข์เป็นสิ่งท้าทายความสามารถ.....

ต่างจากความสุข ที่ทำให้อ่อนแอ มองโลกง่ายๆ แคบๆ
ความสุขเหมือนฝนพรำสาย
อ่อนโยน งดงาม บางเบา แต่ว่างเปล่า ไม่มีการเรียนรู้ใดในความสุข.......
เมื่อใดที่มีความทุกข์ ควรยิ้มรับ และคิดว่าโชคดีที่ได้เจอความทุกข์
ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา ได้สงบ ได้สติ ได้ความนิ่ง ได้รู้จักโลก รู้จักตัวเอง
รู้จักการเติบโตทุกๆก้าว
ให้กำลังใจตัวเองมากๆ บอกตัวเองว่า

โชคดีที่วันนี้มีความทุกข์
เพราะเมื่อผ่านความทุกข์ ความสุขก็จะรออยู่เบื้องหน้า...
จงใช้ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับชีวิต.